รีวิว The Dark Picture House of Ashes สุดทุกอารมณ์ ที่เหล่าเกมเมอร์ห้ามพลาด!

รีวิว The Dark Picture House of Ashes สุดทุกอารมณ์ ที่เหล่าเกมเมอร์ห้ามพลาด!

รีวิว The Dark Picture House of Ashes สุดทุกอารมณ์ ที่เหล่าเกมเมอร์ห้ามพลาด! The Dark Picture Anthology เกมแฟรนไชส์สยองจากผู้สร้าง Until Dawn ที่มีเอกลักษณ์ในการนำเอาหลักการ Butterfly Effects หรือทฤษฎีผีเสื้อกระเพือปีก สะเทือนถึงดวงจันทร์มาใช้ กับการเลือกการกระทำ และคำพูดให้กับตัวละคร เสมือนนั่งดูภาพยนตร์แบบ Interactive ซึ่งเป็นเกมชุดที่มีด้วยกันทั้งหมด 4 ตอน และในปัจจุบันก็ดำเนินมาถึงตอนที่ 3 แล้วในชื่อว่า House of Ashes

เกมเพลย์ และระบบ

เกมเพลย์ยังคงความเป็น The Dark Picture Anthology อยู่เหมือนเดิม ใช้ Engine เดิม ระบบ Quick Time Event อะไรต่าง ๆ เหมือนเดิม และยังให้ผู้เล่นสำรวจตามพื้นที่ต่าง ๆ อยู่เช่นเดิม ยังเป็นเกมที่ยิ่งสำรวจยิ่งพบเจอข้อมูล และเส้นทางในการเล่นซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเสน่ห์ของเกมนี้มากที่สุดแล้ว กับการแสวงหานั่นนี่ในตัวเกมไปเรื่อย ยิ่งอินยิ่งสนุก ยิ่งได้พบเจออะไรที่ซ่อนไว้

ภาคนี้ไม่มีระบบอะไรใหม่ ๆ เลย แอบเสียดายที่ตัวเกมอย่างน้อยน่าจะทำระบบพิเศษประจำเพิ่ม หรือเพิ่มระบบอะไรใหม่ ๆ เข้ามาสักหน่อย ทุกอย่างยังเหมือนเดิมจากภาคก่อน ทำให้ในส่วนของระบบ ต้องพูดว่าซ้ำซากแล้ว

ในส่วนของระบบ CO-OP ก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ หากเล่นแบบ CO-OP เปิดมาก็จะหยิบตัวละครให้ผู้เล่นเลยทันที ไม่สามารถเลือกได้ ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะเนื้อหาบางส่วนจะต้องเล่นแยกกันคนละในสถานการณ์นั่นเอง ซึ่งก็ยังเป็นเกมที่คิดว่ามีจุดเด่นในเรื่่อง CO-OP อีกเช่นเดิม ทำให้ตัวเกมสนุกกว่าการนั่งเล่นคนเดียวอย่างมาก

**ภาคนี้ยังไม่ยอมใส่ระบบ Friend Pass ที่เอาไว้ชวนคนที่ไม่มีเกมมาเล่นด้วยกันในตอนแรกเหมือนเดิม (ระบบนี้จะเปิดให้ชวนเพื่อนที่ไม่มีเกม ให้เพื่อนโหลดตัวเกมมาเล่นด้วยกันได้เลย)

รีวิว The Dark Picture House of Ashes สุดทุกอารมณ์ ที่เหล่าเกมเมอร์ห้ามพลาด!

เนื้อเรื่อง

“เนื้อเรื่องที่ดีที่สุดใน The Dark Picture Anthology ในตอนนี้” หลังจากผ่านมา 3 ภาค ผมว่าภาคนี้นี้แหละที่มีเนื้อเรื่องสนุกมากที่สุด ถึงแม้ว่าเนื้อหามันจะไม่ได้ดูแปลกใหม่สักเท่าไหร่ แต่การเล่าเรื่องการนำเสนอนั้นทำได้สนุก เนื้อเรื่องไม่เรียบ ไม่ตรงเกินไป และแน่นอนว่ายังคงความเป็น The Dark Picture Anthology มีความ Plot Twist แบบสุดโต่งอีกเหมือนเดิม

(ไม่สปอยล์) เนื้อเรื่องเปิดมาในปี 2003 ด้วยกลุ่มทหารหน่วยรบพิเศษของอเมริกาที่ยังอยู่ระหว่างการสู้รบการอิรักนั้นได้รับรายงานถึงคลังเก็บอาวุธใต้ดิบในพื้นที่แห่งหนึ่งในประเทศอิรัก ทำให้พวกเขาต้องเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เหล่านั้น แต่หารู้ไม่ว่าเขาจะได้เจอกับความมืดมืดที่คลืบคลานอยู่ใต้ดินมานานไม่รู้กี่ปีข้างใต้นั้น….

“ศัตรูของศัตรู ก็คือเพื่อน”

การนำเสนอ

สิ่งที่ทำให้ภาคนี้เป็นภาคที่สนุกที่สุดก็เป็นการเล่าเรื่องหรือส่วนของการนำเสนอของเนื้อเรื่อง ทำออกมาได้คิดว่าดูหนังโรงน้ำดีอยู่เรื่องหนึ่งเลย ถึงแม้ว่าเนื้อหาช่วงแรกจะออกแนว Action ดิบ ๆ แต่พอเข้าสู่เนื้อหาองค์หลักแล้ว ความ Horror นั้นมาแบบจัดเต็ม แถมการเล่าเนื้อเรื่องในภาคนี้เหมือนการปีนเขา ค่อย ๆ เผยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผู้เล่น จนไฮป์สุดในตอนจบ

ในส่วนของความละเอียดของทางเลือกในเกม ก็ค่อนข้างมีทาง หรือ route ที่จะนำไปสู่เหตุการณ์เยอะเหมือนกัน แต่ในบางส่วนที่ควรจะมีตัวเลือกให้เลือก หรือให้สนทนา หรือ QTE ให้ทำ กลับไม่มีซะงั้น กลายเป็นว่าบางช่วงเหมือนนั่งดูหนังเฉย ๆ เป็นระยะเวลาสัก 10 นาทีได้

รีวิว The Dark Picture House of Ashes สุดทุกอารมณ์ ที่เหล่าเกมเมอร์ห้ามพลาด!

กราฟิก และประสิทธิภาพการรัน

Facial Motion ยังเป็นจุดเด่นของเกมเกมนี้ การนั่งมองหน้าตัวละครก็ทำให้รู้สึกคุ้มเงินเกมนี้แล้ว (หากซื้อบน PC) เนื่องจากตัวเกมใช้ระบบ Motion Capture มาใช้ จึงทำให้การแสดงสีหน้าของตัวละครทำออกมาดีมาก ๆ ส่วนในเรื่องของงานกราฟิก ไม่ต้องถามถึง ทำออกมาดีมาก ๆ สมกับเป็นเกมในยุค Next Gen ถึงแม้ภาคแรกจะออกมา 3 ปีแล้ว

ภาคนี้ผมเล่นบน Steam ด้วย AMD Ryzen 5 5600X กับ NVIDIA GeForce GTX 1070 และ Ram 16GB 3200 สามารถปรับภาพแบบ Medium – High ได้ ที่ความละเอียด 2K มอนิเตอร์ Ultrawide โดยที่เฟรมเรตยังนิ่งมาก ถือว่าทำการบ้านในเรื่องประสิทธิภาพมาดีเอาซะมาก ๆ

เนื้อหา

The House of Ashes รู้สึกว่าเป็นภาคที่เล่นซ้ำได้ 3-4 รอบก็ยังไม่เบื่อ หากมีเเพื่อนเล่นด้วย และเล่นแบบแตกต่างกันออกไป เช่น รอบแรกเล่น Solo, รอบสองเล่น CO-OP และรอบสามเล่น Movie Night แบ่งกันเล่นไปรอบละโหมดแบบนี้จะทำให้เราได้เจอกับเนื้อหาทั้งหมดอย่างครบครันที่สุด ซึ่งจากการเล่น CO-OP แล้วมาเล่น Movie Night ในรอบที่สอง ก็ทำให้เราได้เห็นเนื้อหาบางส่วนที่ซ่อนอยู่ในรอบแรกเยอะเหมือนกัน รวมถึงได้เล่นในมุมมองอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย ทำให้ภาคนี้เรียกได้ว่าคุ้มมากสำหรับเรื่องเนื้อหา เรียกได้ว่ามีความ replayable สูงอยู่พอตัว เหมือนนั่งดูหนังที่เปลี่ยนผู้กับกำทุกครั้ง

โดยรวม

The Dark Picture Anthology: House of Ashes ตัวเกมในตอนที่ 3 ในซีรีส์ กลับมาคราวนี้ถือว่าทำได้ดีกว่าเดิมใน Little Hope และมีการนำเสนอ การเล่าเรื่องที่สนุกที่สุดใน 3 ตอนที่ผ่านมา แถมยังมีความ replayable และความละเอียดของเนื้อหาเยอะพอให้กับไปเล่นซ้ำ ๆ ได้อีก ถือว่าเป็นหนึ่งเกมที่น่าหยิบมาเล่นในช่วงวันฮาโลวีนนี้พอเหมาะพอดีครับ “Spooky Month!”

The Dark Picture Anthology: House of Ashes วางจำหน่ายแล้ววันนี้บน PlayStation, Steam และ Xbox

จุดเด่น

การเล่าเนื้อเรื่องสนุกมาก ทำให้ภาคนี้มีเนื้อเรื่องที่สนุกที่สุดใน 3 ภาค
ระบบ CO-OP / Movie Night ทำให้เกมนี้เป็นที่รักของกลุ่มรัก Part Game ได้ไม่ยาก
กราฟิกสวยสมยุค Facial Motion ทำได้ดี
เล่นซ้ำได้หลายครั้งเหมือนดูหนังที่เปลี่ยนผู้กำกับทุกครั้งที่ดู เนื้อหาเยอะมากพอ

จุดสังเกต

บางช่วงก็เป็นเส้นตรงจนเกินไป จนลืมไปว่านี่เป็นเกมแนวไหนกันแน่
ระบบที่ซัพพอร์ตการเล่น อย่างเช่น QTE ซ้ำซาก ตายตัวเกินไป
กั๊กเรื่อง Friend Pass อีกเช่นเคย

ติดตามข่าวสารของเกมส์อื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ >>> เกมมัน.com

รีวิว The Dark Picture House of Ashes สุดทุกอารมณ์ ที่เหล่าเกมเมอร์ห้ามพลาด!

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *