Resident Evil 6 มาดูเหตุผลที่อาจทำให้คุณอยากกลับมาเล่นมันอีกครั้ง

Resident Evil 6 มาดูเหตุผลที่อาจทำให้คุณอยากกลับมาเล่นมันอีกครั้ง

Resident Evil 6 มาดูเหตุผลที่อาจทำให้คุณอยากกลับมาเล่นมันอีกครั้ง ถ้าไปถามแฟนเกมซีรี่ส์ Resident Evil ว่าไม่ชอบภาคใดมากที่สุด ส่วนใหญ่น่าจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ชอบ Resident Evil 6 อันที่จริง มันเกือบเป็นภาคที่แทบจะทำลายซีรีส์ที่มีอายุเกิน 20 ปีเลยด้วยซ้ำ

ทั้งที่ในภาคนี้นั้น Capcom ทุ่มเทใช้นักพัฒนาถึง 600 คน แต่กระแสตอบรับของแฟนและสื่อสำนักต่างๆ กับเป็นไปในทิศทางที่ตรงกันข้าม คะแนนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ราว 60% บน Metacritic สื่อใหญ่อย่าง GameSpot ให้คะแนนภาคนี้เพียง 4.5/10 ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็นด้วยซ้ำไป

ข้อเสียใหญ่ๆ ที่มันโดนวิจารณ์อาทิ การมี QTE (Quick-Time events) ที่พร่ำเพรื่อมากเกินไป มันเป็นภาคที่มีความเป็น Action มาจนเล่นไปแล้วลืมไปเลยว่านี่คือแนวเกม Survival Horror หรือเกมเอาชีวิตรอดสยองขวัญในแบบฉบับดั้งเดิม ทว่า Resident Evil 6 มันห่วยและแย่ขนาดนั้นจริงๆ หรือ? วันนี้เราจะพาคุณมาเจาะลึกถึง 6 ปัจจัยสำคัญที่เกมนี้มีดีเช่นกัน ที่อาจทำให้คุณอยากกลับไปเล่นมันใหม่ หรือลองให้โอกาสสักครั้ง หากคุณไม่เคยเล่นมันมาก่อน

1. ศัตรูที่เจ๋งกว่าที่คิด

 

ในซีรี่ส์ Resident Evil จุดเด่นสำคัญก็คือเหล่าศัตรูคู่อาฆาตที่คอยจ้องจะทำลายเรา เหล่าอาวุธชีวภาพทั้งหลาย ซึ่งในภาคที่ 6 นี้ก็ได้เปิดตัวอาวุธชีวิภาพตัวใหม่นาม Ustanak ซึ่งมันคอยตามล่าหนึ่งในตัวละครหลักในภาค 6 Jake Muller มันพัฒนามาจากเชื้อ C-Virus ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจากการทดลองก่อนหน้านี้ผู้ทดลองเสียชีวิตไปทั้งหมด 322 คน

การดีไซน์ของมันถือว่ามีความน่ากลัวทั้งภาพลักษณ์ (มีความคล้ายคลึงกับ Nemesis ในฉบับที่โหดกว่า) การเคลื่อนไหว Animation ไปจนพฤติกรรมของมันทำออกมาได้ดีมาก แม้จะมีร่างกายขนาดมหึมาทว่าความว่องไวนั้นเหนือชั้น แถมยังมีแขนกลที่เป็นอาวุธที่สามารถฆ่าคนได้เพียงชั่วพริบตาการปะทะมันครั้งแรกเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวมากทีเดียว

 

 

2. ระบบ Co-Op เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม

 

แฟนๆ หลายคนอดที่จะบ่นไม่ได้ว่า ระบบ Co-op หรือการมีเพื่อนคู่หูแทนที่จะเป็นตัวละครตัวเดียวลุยเดี่ยวๆ แบบในภาคเก่าๆ ตั้งแต่ภาค 1-4 เป็นอะไรทีทำลายเอกลักษณ์ของซีรี่ส์ทิ้งไป มันจะเป็นเกมแนว Survival Horror ที่ดีไม่ได้เลยหากคุณมีคนที่คอยช่วยเหลือใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา (ภาค 5 ก็โดนด่าในเรื่องนี้เช่นกัน เมื่อ Chris มีคู่หูใหม่นาม Sheva Alomar)

ทว่าการมีคู่หูในภาคที่ 6 นั้นมีความสำคัญที่ส่งผลต่อเนื้อเรื่อง ถึงที่มาที่ไปของการต้องเอาชีวิตรอดร่วมกัน และรบบ Co-Op ที่สามารถชวนเพื่อนมาเล่นด้วยกันได้นั้นเป็นอะไรที่ทำออกมาได้ดีมากในภาคนี้ แน่นอนว่ามันอาจไม่ใช่เกมเพลย์ที่ถูกใจทุกคน แต่สำหรับคนที่อยากเล่นเกมซีรี่ส์นี้กับเพื่อนล่ะก็ภาค 6 สร้างมาเพื่อคุณ

 

 

3. การยิงและการต่อสู้ประชิดตัวทำออกมาได้ดี

 

หากมองผิวเผิน Resident Evil 6 แทบจะมีเกมเพลย์ที่ไม่ต่างอะไรจาก Resident Evil 4 และ 5 สักเท่าไหร่ นั่นก็คือคุณยิงเหล่าซอมบี้ด้วยมุมมองในแบบบุคคลที่ 3 (3rd Person) ทว่าในภาค 6 ได้พัฒนาระบบให้ QOF ให้มีความเล่นง่ายและสะดวกสบายขึ้นมาก ในภาคเก่าคุณไม่สามารถเดินไปด้วยิงไปด้วยได้ (ต้องหยุดยิงแล้วเล็งอย่างเดียว)

แต่ในภาค 6 สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระพร้อมเป่าสมองเหล่าศพเดินได้ ไม่เพียงแค่นั้นคุณยังใช้ท่าการโจมตีประชิดทั้งเตะ ต่อย และท่าพิเศษต่างๆ (ตามแต่ละตัวละคร) กับเหล่าซอมบี้ได้ ทำให้เกมเพลย์มีความหลากหลายและให้อิสระมากกว่าแค่การยิงพวกมันให้ตายเท่านั้น

 

Resident Evil 6 มาดูเหตุผลที่อาจทำให้คุณอยากกลับมาเล่นมันอีกครั้ง

 

4. เนื้อเรื่องแคมเปญของ Jake และ Sherry ทำออกมาได้ดีมาก

 

ใน Resident Evil 6 จะมีเรื่องราวของหลายตัวละคร ทั้ง Leon, Helena, Chris, Piers, Ada แต่เนื้อเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับภาคนี้ก็คือเรื่องราวของ Jake และ Sherry เพราะมันได้ดำเนินเรื่องในแง่ของการทำให้เกมทั้งแฟรนไชส์เดินไปข้างหน้า อย่าลืมว่า Sherry คือลูกสาวของ William Birkin ในภาค 2 และ Jake คือลูกชายของวายร้ายอย่าง Albert Wesker

เพียงแค่นี้ก็ทำให้เรื่องราวออกมาดราม่าไม่เบาแล้ว (กับการมีพ่อแม่ที่สร้างความลำบากให้ชีวิตสุดๆ) ทั้งคู่ต้องเผชิญและผ่านพ้นสิ่งต่างๆ ไปด้วยกัน มันไม่เพียงบอกเล่าในฐานะตัวละครที่มีความเกี่ยวพันกับตัวละครเก่า แต่มันคือสัญลักษณ์ของ Generation ใหม่ของซีรี่ส์

 

5. แต่ละตัวละครแทนความสำคัญของแต่ละภาคในอดีต

 

Capcom พัฒนา Resident Evil 6 ก็เพื่อที่จะเอาใจแฟนทุกกลุ่ม แน่นอนว่าเรามีตัวละครที่โปรดปรานแตกต่างกันไป เนื้อเรื่องแคมเปญของ Leon และ Ada เปรียบเสมือนการรำลึกถึง Resident Evil 2 และ 4 ถึงการเติบโตและการพัฒนาที่มาไกลในภาคนี้ ส่วนเรื่องราวของ Chris ก็คล้ายเป็นตัวแทนของภาค 1 และ 5

ในขณะที่เรื่องราวของ Jake และ Sherry คือสัญลักษณ์ของการเริ่มใหม่ในภาค 6 (ตัวแทน Generation ใหม่) ทั้งหมดทั้งมวลในแง่ไอเดียมันยอดเยี่ยมมาก เพียงแต่ว่า Capcom อาจนำเสนอมันออกมาได้ไม่ถูกใจแฟนเท่าที่ควร ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะภาคนี้เราได้เห็นตัวละครมากมายมากกว่าหลายๆ ภาครวมกันเสียอีก

 

Resident Evil 6 มาดูเหตุผลที่อาจทำให้คุณอยากกลับมาเล่นมันอีกครั้ง

 

6. นี่ไม่ใช่เกมแนวซีเรียสสมจริง

 

ภาค 6 คุณสามารถกระโดดถีบซอมบี้ได้ (ด้วยระบบเกมเพลย์ Melee Combat ที่ใส่มาใหม่ให้ต่อสู้ประชิดตัวได้ง่าย) คุณมีหนทางมากมายในการจะสู้กับศัตรูและบอส และ rocket launchers อาจไม่ใช่อาวุธที่ทรงพลังแบบในภาคเก่าอีกต่อไป อันที่จริง Resident Evil 6 รู้ตัวดีว่าตัวเกมนั้นออกแนว Action จ๋าที่มีความบ้าพลังไม่มากก็น้อย

มันไม่ได้เน้นความสมจริงใดๆ (หากคุณลืมไปล่ะก็ Chris สามารถต่อยหินขนาดใหญ่ในภาค 5 ได้นะเออ) ดังนั้นมันจึงเน้นจุดนี้ให้เพิ่มขึ้นไปอีกระดับ แต่ก็แน่นอนว่าไม่ใช่แฟนทุกคนจะโอบกอบไอเดียนี้ อย่างน้อยๆ มันก็อาจดึงฐานแฟนใหม่ (ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางคนก็ชอบ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะชอบอะไรที่มัน Horror สยองขวัญไปเสียหมด)

 

7. มันมี Content มหาศาล

 

ในโลกวิดีโอเกมยุคปัจจุบัน เกมมักจะถูกซอยแบ่งยอยออกขายเป็น DLC และ Expansion Pack ซึ่งเราเห็นมานักต่อนักในหลายๆ เกม ซึ่งถ้ามองในแง่ของปริมาณ Content ที่นำเสนอแล้ว Resident Evil 6 แทบจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาเสิร์ฟผู้เล่นถึงที่ด้วยแคมเปญที่มากถึง 4 แคมเปญ! ด้วยตัวละครและเรื่องราวที่แตกต่างกัน

 

ติดตามข่าวสารของเกมส์อื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ >>> เกมมัน.com

Resident Evil 6 มาดูเหตุผลที่อาจทำให้คุณอยากกลับมาเล่นมันอีกครั้ง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *